เรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น โดย พ.ธรรมรังสี

หลายปีมาแล้วที่ผมได้เฝ้าบอกท่านทั้งหลายในเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น และแล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ ทั้งๆที่ผมเองไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่คงเป็นเพราะ “กฎแห่งกรรม” กระมัง ? ดังพุทธภาษิตที่ว่า “กัมมุนา วัตตติ โลโก” สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม นั้นแล ผมเองเคยเขียนเตือนผ่านในบทความเรื่อง “ยอดแห่งพระอภิญญา หลวงปู่เทพโลกอุดร” เมื่อหลายปีก่อน ว่า “โลกกำลังจะเกิดวิกฤตอย่างน่ากลัวหลายอย่างทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากน้ำมือมนุษย์” แต่ในขณะนั้นผมเองไม่สามารถจะบอกกล่าวอะไรให้มากไปกว่านั้นได้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ที่ไม่เชื่อสบประมาทตัวผม คือ “ไม่บ้าก็เพี้ยน” เป็นแน่ หรือ ผู้ที่เชื่อบางคนก็จะตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่ครั้งนี้ไม่บอกคงไม่ได้แล้ว เพราะอะไร เพราะผมรู้เห็นเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่จากการศึกษาค้นคว้าหรือได้ยินคำพยากรณ์จากครูบาอาจารย์ แต่เกิดจาก “นิมิตภาวนา” ที่เป็นประสบการณ์ตรงเลยทีเดียว ใครจะไม่เชื่อก็แล้วแต่ ผมมีหน้าที่เพียงนำเสนอเรื่องราวให้ท่านทั้งหลายได้รับไว้พิจารณา เมื่อต้นปี พ.ศ. 2546
ผมเคยเตือนคนคุ้นเคยในกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมกลุ่มหนึ่งว่า “อย่าลงใต้” เขาถามว่า “ทำไมถึงไม่ให้ลง” ผมเพียงแต่บอกว่า “อันตราย” เขาถามต่อไปว่า “จะเกิดอะไรขึ้น” ผมก็บอกไปว่า “คนจะตายกันมาก” มีคนหนึ่งถามว่า “เขามีเพื่อนทำธุรกิจอยู่ทางใต้จะทำอย่างไรดี” ผมบอก “รีบไปรีบกลับ อย่าอยู่นาน”
และผมยังฝากให้คนกลุ่มนั้นบอกต่อๆกันไปด้วย ทำไมผมถึงมั่นใจในสิ่งที่ผมพูดถึงขนาดนั้น และผมรู้ได้อย่างไรว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม้ปัจจุบันนี้ผมเองไม่สามารถที่จะบอกชี้ชัดลงไปได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรต่อไปอีกบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่ผมจะมาบอกพวกท่านทั้งหลายว่า “อย่าประมาท” เลย โดยเฉพาะพวกเราชาวพุทธ นับถือพระพุทธศาสนา และอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร บนผืนแผ่นดินแห่ง “สยามประเทศ” อันเป็นแผ่นดินที่อาศัยเกิดอาศัยอยู่อาศัยตายตามวัฏฏะและกฎแห่งกรรม เป็น “มาตุภูมิ” คือ แผ่นดินแม่ของเรา ที่ทรงไว้ซึ่งพระพุทธานุภาพและเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์นานาประการ แม้ผมเองจะมั่นใจว่า “ประเทศไทยปลอดภัยที่สุดในโลก” แต่ถึงอย่างนั้นเหตุการณ์ต่างๆ ก็ใช่ว่าจะสงบเงียบราบเรียบเสมอไป เพราะไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติชนิดใด จะเกิดขึ้นที่ไหนในโลกก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลกมนุษย์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่มากก็น้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วเราจะต้องทำอย่างไร จะใช้ชีวิตกันตามปกติตามความเคยชินหรือจะทนทุกข์ทรมานต่อเหตุการณ์ต่างๆ หรือ จะสนใจศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของคำสอนทางศาสนาให้มากขึ้น ก็สุดแท้แต่ท่านทั้งหลายจะเลือกเอา ชีวิตมิได้มีแต่ที่เราเห็นจนเคยชินเท่านั้น ถ้าเราลองเปิดใจให้กว้าง เราจะเห็น “สิ่ง” ที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรือที่เราคุ้นเคยเท่านั้นสิ่งเหล่านั้นมีอยู่มากมายที่เราเองยังไม่รู้ หากเราไม่ยอมศึกษาด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ก็ไม่มีวันที่จะรู้ได้ ผมเองไม่อยากและไม่ชอบเลยในการที่จะอวดอ้างถึงการบำเพ็ญธรรมปฏิบัติธรรม ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าที่จะนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนแต่บางครั้งความจำเป็นในเรื่องของ “มนุษยธรรม” ก็เรียกร้องให้ผมเองต้องนำมาเปิดเผยต่อท่านทั้งหลาย ดังนั้นจึงขอโอกาสท่านผู้รู้ทั้งหลาย อย่าได้ตำหนิติเตียนตัวกระผมเลยผมเองหากทำด้วยกุศลเจตนา หาได้มีอกุศลแอบแฝงไม่ ผมเองปฏิบัติธรรมมานับเป็นสิบปี เริ่มตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ถูกบ้างผิดบ้าง ดีบ้างชั่วบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็นับว่ามี “ของเก่า” มากพอดู จึงได้ผลในการปฏิบัติบ้างตามสมควร “สิ่ง” ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ หรือ จะเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ ก็คือ เรื่องของ “พลังสมาธิ” ที่สะสมมากขึ้นและต่อเนื่อง จนกลายเป็นเรื่องที่เป็นปกติ และมักจะ “เห็น” ในสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น เช่น แสงสีหรือรัศมีของผู้มีบุญว่าสวยงามสว่างสดใสขนาดไหน หรือ ผู้มีบาปหนาจนไร้รัศมีที่ดีงาม หรือ รัศมีที่บ่งบอกว่าคนเช่นไรจะประสบเคราะห์กรรมหรือผลบุญแต่อดีต อันเกี่ยวเนื่องมาจาก “กฎแห่งกรรม” หรือ การเห็นภพภูมิต่างๆ จนเป็นเรื่องปกติ จากที่เคยกลัวผีในตอนเด็ก จนตอนนี้เลิกกลัวไปนานแล้ว กลัวที่สุด คือ
การกลับมาเกิดใหม่แบบซ้ำๆ ซากๆ นั่นเอง หรือ การเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบดูหนังตัวอย่าง ที่แม้จะดูไม่ละเอียดหรือไม่ทั้งหมด แต่ก็พอที่จะเดาตอนจบได้ว่า จะจบลงอย่างไร ! พระเอกจะแพ้หรือชนะ นางเอกจะรอดหรือไม่ ทุกอย่างที่ผมเห็น ทำให้รู้ว่า “สิ่ง” ที่เห็น ไม่ได้อยู่ที่ “ดวง” แต่อยู่ที่ “กรรม” ทั้งกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบัน ล้วนมีผลต่อผู้กระทำและยังมีผลกระทบต่อผู้อื่นรวมถึงสิ่งอื่นด้วย ไม่น่าเชื่อถ้าจะบอกว่า คำพูดที่ว่า “เด็ดใบไม้สะเทือนถึงดวงดาว” นั้นเป็นเรื่องจริงและเป็นไปได้ตามหลักพุทธศาสตร์รวมถึงหลักวิทยาศาสตร์ด้วย ทุกท่านคงเห็นแล้วว่า การเกิดแผ่นดินไหวส่งผลกระทบอย่างไร น่ากลัวและรุนแรงขนาดไหน จริงอยู่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอก “เหตุแห่งแผ่นดินไหว” ไว้ถึง 8 ประการ

Pages: 1 2 3

Did you enjoy this post? Why not leave a comment below and continue the conversation, or subscribe to my feed and get articles like this delivered automatically to your feed reader.

Comments
ชนินทร์พรพรรรณ

จัดหนัก สามหน้า

Practice makes Perfect

น่าปรับจะเป็นบล็อกเตือนภัยพิบัติได้แล้วนะ
จัดหนักจริงๆ ถ้าอ่านก่อนอาหาร ต้องกลืนไม่ลงแน่เลย

เสียใจด้วย ช่องแสดงความเห็นถูกปิดอยู่ในขณะนี้