ปู่อินทร์ตาทิพย์ เขาตำแยอายุ109ปี(2553)

 
 
 

ภัยพิบัติ

ภัยพิบัติ

 …………….คำเตือน……………….

ปู่บอกว่าภัยพิบัติจะเกิดตามหนังสือพุทธทำนายไว้จะแรงบ้างหรือเบาบ้างขึ้นอยู่กับว่าครูบาอาจารย์ได้ช่วยไว้หรือไม่แต่   ปลายปี2555ต่อเนื่องปี2556เหตุการณ์จะรุนแรงมากด้วยเหตุ3อย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ประการแรก บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ หาก…..ละสังขาร ประการสอง พายุจะถล่มเมืองไทย และที่อื่นๆประการสามน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในโลก หลายๆประเทศจะต้องเกิดเหมือนกันจะรุนแรงไปเรื่อยๆ ผู้คนจะตายมากเป็นประวัติการณ์ ผู้คนจะเหลือแค่ 30%ของประชากรที่นั้นๆ ปัจจุบันนี้ผู้คนไม่มีศีลธรรม ไม่ละอายแก่บาปเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ไม่ใช่กรรมของใครๆ แต่นี่คือวัฎรจักรของโลกบ้านเมืองเจริญขึ้น แต่จิตใจมนุษย์เจริญลงนี่แหละกลียุคตามคำทำนายขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าพุทธโคดมเหตุดังกล่าวจะเบาลงและสิ้นสุดปี2560 ผู้คนที่รอดพ้นจากภัยพิภัยคือผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ในศีลธรรม กตัญญูต่อบิดามารดาละอายแก่บาป จงเป็นผู้รู้ในกิเลส และผู้ตื่นจากกิเลสสุดท้ายก็ไกลจากกิเลส

ภัยพิบัติที่จะเกิด เมืองไทยจะมีการเตือนภัยล่วงหน้าจากในหลวงของเรา และท่านสมิทธ ธรรมสโรช      (พูดแบบภาษาธรรมพระองค์ท่านในหลวงและคุณสมิทธมีสื่อจากผู้ดูแลมนุษย์ในโลกนี้จะบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้คนเตรียมตัวหนีจากภัยที่จะเกิด)ส่วนเส้นทางหลบหนีปู่บอกว่าผู้คนจะหนีมุ่งหน้าไปทางถนนมิตรภาพและรถจะติดมากผู้คนต่างแย่งกันกุลาหนน่าดู และสุดท้ายหางแถวจะหนีไม่รอดนั้นเองสระบุรีตั้งที่องค์พระนั่งสูง      ตรงนั้นแผ่นดินจะยุบตัวลงเพราะข้างล่างใต้บาดาลเป็นน้ำวนกว้างมากๆ ส่วนถนนที่พอจะรอดก็คือกบินทร์-นครราชสีมา,นครนายก      หรือเส้นทางอื่นๆที่ไม่ใช่มิตรภาพแต่ส่วนมากผู้คนส่วนมากจะเลือกเดินทางเส้นถนนมิตรภาพมากเพราะไปได้ทั้งเหนือและอีสานขอเตือนไม่จำเป็นจะต้องไปอีสานอย่างเดียวนะครับ ภาคเหนือก็ไปได้ส่วนน้ำท่วมนั้น ท่วมแน่นอนครับ ทุกภาคทุกพื้นที่แล้วแต่จะหนักหรือเบา ส่วนมากเมืองพญานาคทั้งหลายแห่ง จะรอดมากกว่าที่อื่นๆ แต่ก็ไม่เสมอไป หากละแวกของเมืองนั้นมีแต่คนไม่มีศีลธรรมก็ตายอยู่ดี
(ปู่บอกแล้วเตือนแล้วจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่บุญของเขา แต่ผู้ที่ประฎิบัติธรรมส่วนมากจะรอดแม่บอกอย่างนี้)

 

 ท่านได้เตือนว่าในอีก3 ปีภัยเศรษฐกิจโลกจะแย่มาก และซ้ำร้ายหนักในอีก 5 ปีที่ปู่เห็นคือภัยพิบัติจากธรรมชาติที่รุนแรงมาก

โดยในประเทศไทย ภัยหนักที่ปู่เห็นชัดเจนคือ น้ำท่วมแถบโซนจังหวัดภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพ และปริมณฑลโดยรอบ เป็นบริเวณกว้าง กินพื้นที่ ติดต่อกันหลายจังหวัด หลายวัน หนักมากกว่าทุกครั้งที่ประเทศไทย เคยประสบมา อุทกภัยที่เกิดขึ้นจากทั้งน้ำทะเลหนุน,น้ำป่าไหลหลากจากทางภาคเหนือมาสมทบ แม่น้ำเอ่อท่วม ฝนตกติดต่อกันหลายวัน แบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อไหร่
แล้วระดับน้ำท่วมจะสูงขึ้นมากเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว จนอยู่กันไม่ได้ หนีตายกันอลม่าน รถติดกันเป็นทางยาวทั่วทุกสาย ต้องหนีเพื่อเอาตัวรอดวุ่นวายไปหมด
ที่ เดือดร้อนมากคือจังหวัดที่ติดชายทะเล ,รวมทั้งจังหวัดที่ติดแม่น้ำ สายใหญ่เช่น นนทบุรี ,สมุทรปราการ,สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร,นครปฐม, ปทุมธานี ,อยุธยา, อ่างทอง และอื่นๆอีกมาก

ผู้คนส่วนใหญ่จะหนีมาที่ภาคอีสาน เพราะเป็นที่ราบสูงน้ำท่วมไม่ถึง
ท่านเตือนว่า ถ้าจะหนีอย่าหนีออกมาที่เส้นมิตรภาพ โคราช-สระบุรี เพราะ ผู้คนส่วนใหญ่จะหนีมาที่เส้นนี้เป็นหลัก ให้เลี่ยงไปทาง นครนายกหรือ สระแก้ว ปราจีน จะพอเอาตัวรอดได้
ท่านเตือนว่า!!! ก่อนที่ช่วงเวลานั้นมาถึงให้ ตระเตรียมเงินสด ทองคำของมีค่า ไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะยามนั้นเงินทองเป็นของหายาก คนก็เห็นแก่ตัวกันมาก โจรผู้ร้ายชุกชุมเพราะต่างเอาตัวรอดเช่นเดียวกัน

แค่ท่านๆทั้งหลาย ลองนึกดูเหอะ ถึงภาพน้ำท่วมปี 2551ที่ท่วมทั่วประเทศกว่า 45 จังหวัดทั่วประเทศ (เกินครึ่งประเทศ) อยู่ไม่กี่วัน ยังเดือดร้อนวุ่นวาย เสียหาย มหาศาลกันหนักขนาดใหน แล้วนี่ถ้ามันหนักกว่าปีที่ 51 อีก และหลายวันกว่า จะเป็นงัยหนอ

ท่านปู่อินทร์ท่านถาม พวกข้าพเจ้าไว้ให้คิดนิดหนึ่งว่ารู้มั๊ย “ว่าทำไมเค้าถึงได้เรียกปู่ว่า ปู่อินทร์” ถามแล้วท่านก็ยิ้ม ส่วนพวกข้าพเจ้าและเพื่อน ต่างคน ต่างก็คิดกันไปต่างๆนาๆ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ……. เอ ..ท่านเกี่ยวข้องอะไร กับพระอินทร์เขียวๆ หรือเปล่า..หว่า!!!

หลวงปู่ ป. อภิญญาสูง ผู้มองเห็น อนาคตโลก ท่านหนึ่ง แถบสระบุรี ท่านเคยทำนายว่าในภายหน้า แถบเขตจังหวัด ลพบุรี,สระบุรี,โคราช,ชัยภูมิ,เพชรบูรณ์ จะเป็นพื้นที่เขตศาสนาพุทธ ศาสนาหลักของโลก และเป็นพื้นที่ ที่มีญาณบารมีของพระอภิญญา หลวงปู่ครูบาอาจารย์ใหญ่ทั้งหลายในอดีต มาประชุม ชุมนุม ฝึกสอนแนะนำการประพฤติ ปฏิบัติธรรมสมาธิ กันเข้มข้นมากขึ้น

อบคุณข้อมูลจากเว็บ พลังจิต

 

Did you enjoy this post? Why not leave a comment below and continue the conversation, or subscribe to my feed and get articles like this delivered automatically to your feed reader.

Comments
ชนินทร์พรพรรรณ

เราไม่จำเป็นต้องหนีไปไหนเลย จะตายก็ตาย ชีวิตหมดอายุขัยที่กำหนดไว้จะหนีไปไหนก็ตาย ปีที่ภัยพิบัติมาล้างโลกอาจจะเป็นการตายหมู่ทั้งคนดีและคนชั่ว แต่ชีวิตหลังความตายต่างหากที่แตกต่างกัน

ผลแห่งกรรมดี ก็จะนำให้เราตายอย่างไม่ทรมาน และดวงจิตจะได้รับการยกขึ้นสู่ภพภูมิที่ดี
แต่ผู้ที่ทำชั่วทั้งหลาย ก็จะไปสู่อบายภูมิ

การรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เพียงให้เรารับทราบไว้ เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ และไม่ตกใจจนเสียสติถ้าเห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้า มีเวลานึกถึงพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือ และเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา ไม่ประมาทกับชีวิตว่ายังไม่ถึงเวลา ยังอีกนาน

การรู้เวลานี่เป็นสิ่งดี เราก็เร่งทำความดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เคารพพระรัตนตรัย ละวางความยึดมั่น ความโลภ โกรธ หลง ทำใจให้มั่นคง มีสติระลึกรู้ถึงความตายว่า มาใกล้เราแล้วทุกขณะ ……..

Practice makes Perfect

อ่าน “นึกถึงความตายสบายนัก” ของ อ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก ในนสพ.มติชนจบ ได้ข้อคิดโดยสรุปมาว่า ในชีวิตเรามีเรื่องเกิดตายพัวพันอยู่กับเราตลอดเวลา โดยดูจากสังขารเราเป็นหลัก อย่ากระนั้นเลย ทำหน้าที่ของเราในทุกๆเรื่องให้ดีที่สุด จะตายช้าตายเร็วไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรค้างใจเพราะทำดีที่สุดแล้ว
“เกิดมาทั้งทีเอาดีให้ได้ จะตายทั้งที ทำดีฝากไว้”

ชนัญชนก

เชื่อเรื่องนี้มาตลอด เคยได้อ่านบ้างช่วงตอนจากที่อื่น พยายามทำให้คนอื่นได้รู้อยากให้เขาศึกษา เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ ทำความดี คิดดี เพราะถ้าวันนั้นมาถึง สิ่งเดียวที่ท่านนำติดตัวไปได้ คือความดีที่ท่านทำในตอนที่ท่านมีชวิตอยู่ บุญบารมีที่ท่านได้สร้างในตอนที่ท่านมีชีวิต จะทำให้ท่านร่ำรวยในโลกของวิญญาณ ไม่เชื่อก็อย่าลบลู่ ในเมื่อสิ่งศักดิ์สิทธท่านลงมาช่วยและเตือนภัยกับมนุษยเราแล้ว ก็อย่ามั่วนิ่งเฉย หายใจเข้าลึกๆ และขอให้ทุกท่านมีสติ

เสียใจด้วย ช่องแสดงความเห็นถูกปิดอยู่ในขณะนี้