Search
Archives

You are currently browsing the archives for the สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน category.

Links:

Archive for the ‘สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน’ Category

อุทยานแห่งชาติแม่จริม ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แม่จริม อ.เวียงสา จังหวัดน่าน
ทิศเหนือ จด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1168 ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
ทิศใต้ จดลำน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

ทิศตะวันออก จดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
ทิศตะวันตก จด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1243 ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

ลักษณะภูมิประเทศ : เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ความสูงจากระดับน้ำทะเล ต่ำสุด 300 เมตร และสูงสุด 1,652 เมตร พื้นที่มีความลาดชัน แหล่งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคคือ ลำน้ำว้า

พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า : สัตว์ป่าที่เป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติแม่จริม คือ เลียงผา เสือ และนกยูง ส่วนสัตว์ที่พบเห็นได้มาก ได้แก่ เลียงผา หมี และเก้ง

จุดเด่นที่น่าสนใจ : ลักษณะเด่นของพื้นที่ทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติแม่จริม มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และลำน้ำว้าที่สามารถล่องแก่งได้อย่างสนุกสนาน ทั้งยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่น่าศึกษา และความงดงามทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวได้หลายอย่างด้วยกัน อาทิ ปิคนิค ขับรถชมทัศนียภาพ เดินป่าศึกษาธรรมชาติทั่วไป ตั้งแคมป์พักแรม ขี่จักรยานตามเส้นทางธรรมชาติ ล่องเรือหรือแพ พักผ่อนในบรรยากาศที่สงบ สามารถว่ายน้ำ อาบแดดและเที่ยวชมน้ำตกได้อีกด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมการดูนก อุทยานแห่งชาติแม่จริมมีนกนานานานาชนิดอาศัยอยู่มากมาย และที่นี่ยังสามารถศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักฐานทางโบราณคดี รวมทั้งวัฒนธรรมของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่


ล่องแก่งน้ำว้า

ล่องแก่งน้ำว้า

กิจกรรมล่องแก่งน้ำว้า : กิจกรรมล่องแก่งน้ำว้าจัดว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็ว่าได้และเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาถึงความสวยงามของสองฝั่งริมลำน้ำว้า การล่องแก่งก็มีระดับ 2 – 4 มีการเซฟตี้ความปลอดภัยดี ล่องได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และเป็นแก่งที่ล่องได้ตลอดปี ด้วยความยาวของเส้นทางล่องแก่งประมาณ 80 กม. ประกอบด้วยแก่งน้อยใหญ่กว่า 100 แก่ง ที่ต้องใช้เวลาถึง 3 วัน 2 คืน ความท้าทายที่มีให้ลิ้มลองทุกระดับ ตั้งแต่ระดับน้ำไหลเอื่อยๆ กระแสน้ำเร็วแรง มีเวฟ (wave) กระแทกกระทั้น มีแก่งคดเคี้ยวรูปตัว s ไปจนถึงแก่งโหด ที่มีความยากในระดับ 5 เลยทีเดียว
โปรแกรมตัวอย่าง :
วันที่ 1 : เดินทางตอนกลางคืน กรุงเทพฯ – น่าน
วันที่ 2 : เดินทางจาก จ.น่าน ไป บ้านสบมาง บ่าย เริ่มต้นล่องแก่ง พักแรมในป่า
วันที่ 3 : ผจญภัยกับสารพัดแก่งกันแบบเต็มๆ ตลอดวัน พักแรมในป่า
วันที่ 4 : ล่องแก่งช่วงสุดท้ายมาขึ้นที่่ อ.แม่จริม เดินทางกลับเข้าสู่ จ.น่านในตอนเย็น และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในตอนกลางคืน
สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ท่านสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวช่วงใดก็ได้ แต่เฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนเมษายน จะเป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่สุดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติชบาป่า : “ชบาป่า” เป็นชื่อที่สมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ ทรงพระราชทาชื่อให้กับพันธุ์ไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งในสกุลชบา (MALVACEAE) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Urena lobata Linn ดอกสีชมพู บานในราวเดือนพฤศจิกายน เป็นพืชสมุนไพรที่มีค่ายิ่ง
2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม : มีเจ้าหน้าที่นำทางให้รายละเอียดข้อมูลของผืนป่าซึ่งผ่านสถานีต่างๆถึง 9 สถานี ดังนี้ สถานนีที่ 1 เต็งรังกันไฟ, สถานนีที่ 2 การทดแทน, สถานีที่ 3 กษัยการ (การกัดเซาะ), สถานีที่ 4 เกื้อกูล, สถานีที่ 5 ไตรลักษณ์, สถานีที่ 6 เป้ง, สถานีที่ 7 ความเหมือนที่แตกต่าง, สถานีที่ 8 พรมแดนป่า, สถานีที่ 9 นักบุญแห่งป่า นักฆ่าเลือดเย็น
3. เส้นทางปีนผาหน่อ : ผาหน่อเป็นภูเขาหินปูน มีความสูง 824 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นหน้าผาชันเกือบ 90 องศา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าและปีนเขา หากขึ้นถึงยอดจะสามารถมองเห็นทิวทิศน์ที่สวยงามได้รอบด้าน ในผาหน่อ พบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของค้างคาว และเลียงผา บริเวณหน้าผาพบภาพเขียนโบราณเป็นรูปเรขาคณิตและรูปคล้ายผู้หญิงตั้งครรภ์ปรากฎอยู่ ระยะทางไป- กลับ ประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง
4. เส้นทางเดินป่าตามลำน้ำแปง : มีจุดเริ่มต้นจากบ้านร่มเกล้า ถึงปากน้ำแปง บรรจบลำน้ำว้า ระยะประมาณ 12 กิโลเมตร เดินทางเลียบตามริมลำน้ำแปงผ่านป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ระหว่างเส้นทางจะพบน้ำตกขนาดเล็ก ถ้ำ หน้าผา ธรรมชาติและพรรณไม้ที่สวยงาม

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรืออยากล่องแก่งแบบชิลๆ ไม่เน้นโหด มันส์ ฮา มีโปรแกรมทางเลือกสำหรับล่องแก่งเฉพาะตอนกลาง-ล่าง ใช้เวลาแค่ ครึ่งวัน ไม่ต้องค้างคืนในป่า ท่านสามารถเริ่มต้นที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่จริม (แก่งหลวง น้ำว้าตอนล่าง) มาถึงบ้านหาดไร่ อ.เวียงสา ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ล่องสบายๆ ได้ทั้งแพยางและแพไม้ไผ่

ฤดูที่เหมาะสมการท่องเที่ยว : อุทยานแห่งชาติแม่จริม

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับล่องแก่งในลำน้ำว้า คือ
เดือนมิถุนายน กรกฎาคม น้ำแรง แก่งเชี่ยว ท้าทายสุดสุด
เดือนสิงหาคมของทุกปี จะเป็นช่วงปิด งดกิจกรรมล่องแก่ง
เดือนกันยาน-เดือนมกราคม ยังคงล่องแก่งได้สนุก น้ำจะน้อย ลดความรุนแรงลง แต่น้ำจะเริ่มใส และอากาศเย็นสบาย


ลำน้ำว้า

ลำน้ำว้า

การเดินทาง : รถยนต์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง สามารถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติได้ 2 เส้นทางคือ
เส้นทางแรก : จากจังหวัดแพร่ ผ่านอำเภอเวียงสา ตามเส้นทางบ้านไหล่น่าน บ้านบุญเรือง บ้านนาสา เลี้ยวตามถนนไปบ้านท่าข้าม บ้านปากุง บ้านห้วยสอน เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางไปอำเภอแม่จริม ถึงบ้านห้วยทรายมูล และเลี้ยวขวาเข้าอุทยานแห่งชาติแม่จริม จากปากทางบ้านห้วยทรายมูลระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเวียงสาถึงอุทยานแห่งชาติแม่จริม ประมาณ 31 กิโลเมตร
เส้นทางที่สอง : จากจังหวัดน่าน ข้ามสะพานแม่น้ำน่านไปตามทางหลวงหมายเลข 1168 เลี้ยวซ้ายผ่านวัดพระธาตุแช่แห้ง ไปตามทางหลวงสาย น่าน- แม่จริม ระยะทางประมณ 38 กิโลเมตร จากอำเภอแม่จริมไปตามทางหลวงหมายเลข 1243 (บ้านนาเซีย-บ้านน้ำมวน) ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงบ้านห้วยทรายมูล เลี้ยวซ้ายเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่จริม ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดน่าน ถึงอุทยานแห่งชาติแม่จริม 57 กิโลเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก
: อุทยานแห่งชาติแม่จริม มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 4 หลัง สามารถพักได้ทั้งหมด 40 คน มีเต้นท์พักให้เช่า จำนวน 5 หลัง สามารถพักได้ทั้งหมด 10 คน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้กางเต้นท์ อีก 1 แห่ง สามารถพักได้ทั้งหมด จำนวน 50 คน หากท่านสนใจสามารถจองที่พัก บริการด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์ www.dnp.go.th ในอัตราค่าบริการปกติของทางราชการ สามารถทำการจองล่วงหน้าได้ 60 วัน

การติดต่อ อุทยานแห่งชาติแม่จริม สำนักงานป่าไม้จังหวัดน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 โทร. (054) 779-402-3 หรือติดต่อสอบถามได้ที่งานบริการบ้านพัก ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760


ลำน้ำว้า

ลำน้ำว้า

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาของแม่น้ำน่านตอนใต้ ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยงวง ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำว้าและป่าห้วยสาลี ครอบคลุมพื้นที่ 7 ตำบล 3 อำเภอ คือ ตำบลส้าน และตำบลน้ำมาบ อำเภอเวียงสา ตำบลศรีษะเกษ ตำบลเชียงของ และตำบลสถาน อำเภอนาน้อย ตำบลบ่อแก้ว และตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ประมาณ 934 ตารางกิโลเมตร หรือ 583,750 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน วางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ ขนานกันทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก บริเวณที่ราบลุ่มตรงกลางจะมีลักษณะเป็นภูเขาน้อยใหญ่ลดหลั่นกันลงไป ตอนกลางของพื้นที่มีแม่น้ำน่านทอดตัวไหลผ่านจากเหนือสุด-ใต้สุด ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แบ่งอุทยานออกเป็นซีกตะวันตกและซีกตะวันออก ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ดอยคำ สูง 1,229 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นอกจากนี้ยังมีดอยจำลึก ดอยไหว ดอยสุไข ดอยจำปูหลวงแก้ว ดอยหวดและดอยภูหลักหมื่น เป็นต้น
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพอากาศ ค่อนข้างเย็นในช่วงฤดูหนาว และจะมีเมฆมากในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม-กันยายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 24 องศาเซลเซียส
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความสูงต่างกันหลายระดับ จึงทำให้มีสภาพป่าหลายชนิด เช่น
ป่าดิบเขา พบตามแนวสันเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไม้ก่อต่างๆ ตะเคียน กระบาก ไม้พื้นล่างประกอบด้วยพืชในตระกูลปาล์ม ขิง ข่า และเฟิร์น
ป่าดิบแล้ง พบตามหุบเขาและริมห้วย ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500-1,000 เมตร พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยาง กระบก แดง เหียง
ป่าสน พบเป็นหย่อมๆตามแนวสันเขาที่มีความสูงระหว่าง 500-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ป่าเบญจพรรณ พบขึ้นตามที่ราบเชิงเขา ริมห้วยและหุบเขา กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไม้สัก ชิงชัน ประดู่ ตะเคียนทอง มะค่าโมง ฯลฯ
ป่าเต็งรัง พบขึ้นอยู่ตามไหล่เขา เชิงเขา และพื้นที่ค่อนข้างราบ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง เหียง เป็นต้น
สัตว์ป่า ที่พบมี ช้าง วัวแดง กระทิง ซึ่งสัตว์ทั้ง 3 ชนิดนี้จะอพยพข้ามไปมาในเขตติดต่อระหว่างประเทศไทยและลาว นอกจากนี้ยังมีหมี เลียงผา กวาง เก้ง เสือ หมูป่า หมาป่า กระจง อีเห็น ไก่ฟ้า ตะกวด เต่า นกยูง นกนานาชนิดและงูชนิดต่างๆ

จุดเด่นที่น่าสนใจ
เสาดินและคอกเสือ เกิดจากการพังทลายของดินเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 20 ไร่ กระจัดกระจายไปตามสภาพพื้นที่ โดยมีป่าเต็งรังขึ้นอยู่ประปราย ลักษณะของเสาดินคล้ายแกรนด์แคนยอน เหมือนกับแพะเมืองผีของจังหวัดแพร่ เสาดินและคอกเสือตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ไปตามเส้นทาง เวียงสา-นาน้อย ประมาณ 5 กิโลเมตร
ปากนาย เกิดจากสภาพป่าที่ถูกน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ท่วมถึง มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน มีหมู่บ้านชาวประมงน้ำจืดอาศัยอยู่ สภาพทิวทัศน์สวยงามมากแห่งหนึ่ง ระยะทางเข้าจากกิ่งอำเภอนาหมื่นไปประมาณ 22 กิโลเมตร มีบ้านพักของอบต.นาหมื่นและแพพักของเอกชน รวมทั้งร้านอาหารกลางแพ มีปลาสดๆ กุ้งแม่น้ำ จากเขื่อนสิริกิตติ์ ท่านสามารถสั่งมาทานกันได้
แก่งหลวง เกิดจากแนวหินน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ในแม่น้ำน่าน รวมทั้งโขดหินและหน้าผา ยามหน้าน้ำจะมีเสียงน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้อง ยามหน้าแล้งจะมองเห็นแนวโขดหินอย่างสวยงาม การเดินทางให้ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1083 (นาน้อย-ปางไฮ) จากปากทางถึงแก่งหลวงประมาณ 35 กิโลเมตร
จุดชมวิวผาชู้ เป็นจุดชมวิวที่ติดกับถนนที่เป็นหน้าผาใหญ่โดดเด่น สามารถมองเห็นทิวทัศน์และแม่น้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามที่ราบลุ่มอย่างงดงาม การเดินทางให้ไปตามเส้นทางเดียวกับทางไปแก่งหลวง แต่ถึงก่อนแก่งหลวง จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านและสภาพป่าไม้ที่สวยงามตลอดจนโขดหินและหน้าผาต่างๆ
• จุดชมวิวดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งท่านสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านที่ทอดยาวในหุบเขาและเห็นยอดผาชู้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้ารวมทั้งมองเห็นบ้านพักและที่ทำการอุทยานฯ ในตอนเย็นท่านสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ด้วยและสามารถมองเห็นตัวเมืองนาน้อย ไร่ นา ของชาวบ้าน (สวยครับ)
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บริเวณดอยเสมอดาวมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ท่านได้เดินเที่ยวชมกัน บรรยากาศสวยงาม
• ตำนานผาชู้ เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่า เจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดด หน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กันและเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดด หน้าผาไป จึงรู้สึก เสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไปด้วยความรักแท้ ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสนณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

1.วัดภูมิทร์

2.วัดพระธาตุแช่แห้ง

3.วัดพระธาตุช้างค้ำ

4.อุทยานสตรีศรีน่าน

5.อุทยานนาน้อย